สภาพอากาศของประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงตลอดทั้งปี แสงแดดแรง และรังสี UV เข้มข้น ทำให้ฟิล์มกรองแสงรถยนต์กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญของรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ใช้น้ำมันหรือรถยนต์ไฟฟ้า การเลือกฟิล์มรถยนต์ที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยให้ห้องโดยสารเย็นขึ้น แต่ยังช่วยปกป้องผู้ขับขี่ ลดภาระของระบบปรับอากาศ และรักษาสภาพภายในรถให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจหลักการเลือกฟิล์มกรองแสงอย่างถูกต้องก่อนตัดสินใจติดฟิล์มรถยนต์

สารบัญ
ทำไมรถยนต์จึงควรติดฟิล์มกรองแสง?
สภาพอากาศร้อนของไทยและการป้องกันรังสี UV
ประเทศไทยมีอากาศร้อนเกือบตลอดทั้งปี รถที่จอดกลางแดดเพียงไม่กี่ชั่วโมงอาจมีอุณหภูมิภายในสูงมาก ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่มีคุณสมบัติป้องกันรังสี UV สามารถช่วยลดผลกระทบจากแสงแดดต่อผิวหนัง ดวงตา และวัสดุภายในรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การป้องกันรังสี UV ยังช่วยลดการซีดจางของเบาะหนัง แผงคอนโซล และชิ้นส่วนพลาสติกภายในรถ ทำให้รถดูใหม่ได้นานขึ้น
ลดการสูญเสียพลังงานและภาระของระบบปรับอากาศ
เมื่อความร้อนเข้าสู่ห้องโดยสารมาก ระบบปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิที่สบาย ส่งผลให้เกิดการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น
- รถยนต์ใช้น้ำมัน: เครื่องยนต์ต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการขับคอมเพรสเซอร์แอร์ ทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้น
- รถยนต์ไฟฟ้า (EV): ระบบปรับอากาศใช้พลังงานจากแบตเตอรี่โดยตรง การลดความร้อนภายในรถจึงช่วยลดการใช้ไฟฟ้าและช่วยรักษาระยะทางวิ่งได้ในระดับหนึ่ง
ฟิล์มกรองแสงที่มีประสิทธิภาพในการกันความร้อนจึงมีส่วนช่วยลดภาระของระบบปรับอากาศทั้งในรถน้ำมันและรถไฟฟ้า
ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว
ฟิล์มรถยนต์ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวจากสายตาภายนอก ลดโอกาสมองเห็นทรัพย์สินภายในรถ และช่วยให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายใจมากขึ้น
นอกจากนี้ ฟิล์มที่มีคุณภาพยังช่วยลดแสงจ้าจากไฟหน้ารถคันตรงข้ามในเวลากลางคืน ลดอาการล้าของสายตาขณะขับขี่ และช่วยให้มองเห็นสภาพถนนได้ชัดเจนขึ้น
วิธีเลือกฟิล์มกรองแสงที่เหมาะกับการใช้งานของคุณ
การเลือกฟิล์มไม่ควรดูเฉพาะความเข้มของสี แต่ควรพิจารณาค่าทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพจริงของฟิล์มด้วย

Heat Rejection: IRR และ TSER คืออะไร?
เมื่อเลือกฟิล์มกรองแสงรถยนต์หลายคนมักเห็นตัวเลข IRR และ TSER ซึ่งเป็นค่าที่ใช้บ่งบอกประสิทธิภาพในการกันความร้อน แต่ทั้งสองค่ามีความหมายแตกต่างกัน
IRR (Infrared Rejection) คืออัตราการป้องกันรังสีอินฟราเรด ซึ่งช่วยลดความรู้สึกร้อนจากแสงแดด อย่างไรก็ตาม ค่า IRR ไม่มีมาตรฐานการทดสอบเดียวกัน ทำให้ตัวเลขจากแต่ละแบรนด์อาจเปรียบเทียบกันโดยตรงไม่ได้
TSER (Total Solar Energy Rejected) คือค่าการปฏิเสธพลังงานแสงอาทิตย์รวม ครอบคลุมทั้งแสงที่มองเห็นได้ รังสีอินฟราเรด และรังสี UV จึงสะท้อนประสิทธิภาพการกันความร้อนโดยรวมได้แม่นยำกว่า และเป็นค่าที่ควรใช้ในการเปรียบเทียบฟิล์มรถยนต์แต่ละรุ่น
การป้องกันรังสี UV
ฟิล์มกรองแสงที่ดีควรสามารถป้องกันรังสี UV ได้ในระดับสูง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อผิวหนังและชะลอการเสื่อมสภาพของวัสดุภายในรถ
VLT (อัตราการส่องผ่านของแสงที่มองเห็นได้)
VLT (Visible Light Transmission) คืออัตราการส่องผ่านของแสงที่มองเห็นได้ ในประเทศไทย หลายคนคุ้นเคยกับคำเรียกอย่าง ฟิล์ม40, ฟิล์ม60 และฟิล์ม80 ซึ่งตัวเลขเหล่านี้อ้างอิงจากค่า VLT
โดยทั่วไป ค่า VLT ต่ำ จะช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและลดแสงแดดได้ดี ส่วน ค่า VLT สูง ให้ทัศนวิสัยที่สว่างและชัดเจนกว่า ขณะที่ ค่า VLT ระดับกลาง เป็นตัวเลือกที่สมดุลระหว่างการมองเห็น ความสบาย และความเป็นส่วนตัว
HAZE (ความพร่ามัวของฟิล์ม)
HAZE คือระดับความพร่ามัวหรือการกระจายของแสงผ่านฟิล์ม หากค่า HAZE สูง ภาพที่มองผ่านกระจกอาจดูฟุ้ง ไม่คมชัด และเกิดแสงกระจายรอบไฟหน้าหรือไฟถนนในเวลากลางคืน
ฟิล์มคุณภาพสูงควรมีค่า HAZE ต่ำ เพื่อให้การมองเห็นชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน
ฟิล์มกรองแสงแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร?

ฟิล์มย้อมสี (Dyed Film)
ฟิล์มย้อมสีเป็นตัวเลือกที่มีราคาประหยัด ช่วยลดแสงจ้าและเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ในระดับหนึ่ง แต่ประสิทธิภาพในการกันความร้อนค่อนข้างจำกัด จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการติดฟิล์มในงบประมาณเริ่มต้น
ฟิล์มโลหะ (Metalized Film)
ฟิล์มโลหะช่วยกันความร้อนได้ดีกว่าฟิล์มย้อมสี และมีความทนทานต่อการใช้งาน อย่างไรก็ตาม ฟิล์มประเภทนี้อาจรบกวนสัญญาณของอุปกรณ์บางชนิด เช่น GPS หรือโทรศัพท์มือถือได้ในบางกรณี
ฟิล์มโลหะแบบสปัตเตอร์ (Sputtered Metal Film)
ฟิล์มโลหะแบบสปัตเตอร์มีประสิทธิภาพในการกันความร้อนสูงกว่าฟิล์มโลหะทั่วไป พร้อมช่วยลดผลกระทบต่อสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งประสิทธิภาพและความคุ้มค่า
ฟิล์มเซรามิค (Nano Ceramic Film)
ฟิล์มเซรามิคเป็นฟิล์มที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะกันความร้อนได้ดี ไม่รบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ และให้ทัศนวิสัยที่ชัดเจน จึงเหมาะกับรถยนต์รุ่นใหม่และรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
หลังจากที่เข้าใจหลักการเลือกฟิล์มกรองแสงจากเกณฑ์ทางเทคนิคต่างๆ ทั้ง IRR, TSER, VLT และ HAZE รวมถึงข้อดีข้อเสียของฟิล์มแต่ละประเภทแล้ว คำถามต่อไปคือ “แล้วควรเลือกยี่ห้อไหนดี?”
ในท้องตลาดปัจจุบันมีฟิล์มกรองแสงรถยนต์หลายแบรนด์ให้เลือก แต่มีไม่มากนักที่สามารถทำตามเกณฑ์ทั้งหมดที่กล่าวมาได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการกันความร้อนที่สูง การไม่รบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ ทัศนวิสัยที่คมชัด และการรับประกันที่ยาวนานพอให้อุ่นใจ
70 maifilm คือหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์เหล่านั้นได้ครบ เรามาดูกันว่าฟิล์มกรองแสง 70mai มีจุดเด่นอะไรบ้าง
ทำไมจึงควรเลือกฟิล์มกรองแสง 70mai?
คุณภาพที่เชื่อถือได้ พร้อมตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ
ฟิล์มกรองแสง 70mai (70 maifilm) ใช้เทคโนโลยีนาโนเซรามิกที่ช่วยลดความร้อนจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ห้องโดยสารเย็นสบายยิ่งขึ้น โดยไม่รบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ เช่น GPS, Wi-Fi และสัญญาณอื่น ๆ พร้อมป้องกันรังสี UV ได้ถึง 99% เพื่อช่วยปกป้องทั้งผู้โดยสารและวัสดุภายในรถจากความเสียหายที่เกิดจากแสงแดด
70mai Film มีให้เลือก 3 ซีรีส์ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานและงบประมาณที่แตกต่างกัน:
- Essential Series เหมาะสำหรับผู้ที่ติดฟิล์มครั้งแรก ให้ค่า IRR 85%+ พร้อมประสิทธิภาพการกันความร้อนที่คุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงได้
- Pro Series มาพร้อมค่า HAZE ต่ำเพียง 0.47% และค่าการสะท้อนแสงด้านในต่ำกว่า 10% ช่วยให้มองเห็นได้คมชัด ลดแสงสะท้อน และให้ความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพกับความคุ้มค่า
- Ultra Series ให้ประสิทธิภาพสูงสุดด้วยค่า TSER มากกว่า 50% และ IRR สูงถึง 98% เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการกันความร้อนระดับพรีเมียม

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 70maifilm สามารถดูได้ที่หน้าข้อมูลผลิตภัณฑ์ หรือติดต่อเราผ่าน LINEเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม
บริการติดตั้งโดยมืออาชีพ พร้อมการรับประกันที่มั่นใจ
70mai Film มีร้านติดฟิล์มรถยนต์และศูนย์ติดตั้งให้บริการในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ทุกสาขามีห้องติดตั้งมาตรฐาน เครื่องมือครบครัน และช่างผู้ชำนาญที่ผ่านการอบรมอย่างมืออาชีพ นอกจากนี้ ฟิล์มกรองแสงทุกชุดยังมาพร้อม การรับประกันนาน 7 ปี เพื่อให้คุณมั่นใจทั้งในคุณภาพสินค้า การติดตั้ง และบริการหลังการขาย
ติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ 70mai ได้ที่ไหนในประเทศไทย?
คุณสามารถติดตั้งฟิล์มกรองแสง 70mai ได้ที่ร้านติดตั้งที่ให้บริการในประเทศไทย พร้อมทีมช่างมืออาชีพและพื้นที่ติดตั้งที่ได้มาตรฐาน
ปัจจุบันมีเพียงร้านเดียวในกรุงเทพฯ ที่สามารถติดตั้งฟิล์มกรองแสงรถยนต์ได้ และกำลังขยายสาขาเพิ่มเติม
